จาก700 สู่ 200 ล้าน "ฮาซัน-อนุรักษ์" ในวันที่ "ไม่ฮา"

5 พ.ย. 2562, 13:47 น.

1,926
แชร์ไปยัง facebook LINE it!
จาก700 สู่ 200 ล้าน

คุยกับ "ฮาซัน-อนุรักษ์ สรรฤทัย" เจ้าของวลีเด็ดแห่งปี "แม่ฉันต้องได้กินกุ้ง" กว่าจะกลายเป็นคนดังและร่ำรวย เส้นทางชีวิตต้องแลกมาด้วยความลำบากเกือบ 10 ปี จนกว่าจะมีวันนี้

****************************

โดย…รัชพล ธนศุทธิสกุล

“ฮาซัน-อนุรักษ์ สรรฤทัย” หนุ่มวัย 29 ปี เด็กเกาะลูกชาวประมง จังหวัดสตูล ทำให้ทุกๆคน รู้จักด้วยการไลฟ์สดขาย “ปลาหมึก กุ้งแห้ง ปลาเค็ม” ด้วยลีลาการขายสุดฮาทำให้เพียง 4 ชั่วโมง สามารถสร้างยอดขายได้ถึง 2 ล้านบาท

ก่อนที่จะทำยอดขายได้สูงถึง 20 ล้านบาทต่อเดือน สร้างความสำเร็จระดับยอดขายใน 1ปี ราว 200 ล้านบาท

ทว่าใครจะรู้ว่าก่อนนั้น เขาเป็นมนุษย์เงินเดือนที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง ฝันทำงานออกทีวีก็อยู่แค่ช่องดาวเทียม ต้องตกระกำลำบากขนาดขอเงินพ่อเพื่อนำไปเลี้ยงลูกเมียไปวันๆ ชีวิตแย่ถึงขั้นแบกความหวังสุดท้ายวัดผูกดวงชีวิตไว้กับเงิน 700 บาท สุดท้าย ในการเริ่มขายของออนไลน์จนมีวันนี้

เด็กเกาะไม่มีไฟฟ้า แต่อยากออกทีวี

“ฮาซัน” หรือ “อนุรักษ์ สรรฤทัย” เกิดและเติบโตบนเกาะหยงละไน้ อ.ละงู จ.สตูล เกาะเล็กๆไม่มีไฟฟ้าใช้เป็นพื้นที่ห่างไกลความเจริญ ครอบครัวประกอบอาชีพประมงหาปลาขายส่งตลาดท่าปากน้ำ

“พ่อเป็นเหมือนไต้ก๋ง มีเรือเล็กๆลำหนึ่ง มีผู้ช่วยเป็นลูกน้องก็คนในหมู่บ้าน 7-8 คน จับปลาทู ปลาทะเล ที่จำความได้ช่วงป.4 พ่อตัดสินใจย้ายออกจากเกาะมาอยู่ที่ท่าส่งปลาปากน้ำ เพราะออกหาปลาส่งปลาเป็นเดือนๆกว่าจะได้กลับบ้านทีหนึ่ง”

การย้ายบ้านไม่เพียงครอบครัวได้พร้อมหน้าแต่ยังทำให้หนุ่มน้อยฮาซันได้รู้จักโทรทัศน์ เกิดเป็นความฝันเล็กๆ อยากเป็นคนมีชื่อเสียงด้านไหนก็ได้เพื่อให้ได้ออกทีวี

“พูดทีไรแล้วตลกคนอื่น แต่ไม่ฮาสำหรับเรา อยากออกทีวีเป็นดาราหรืออะไรก็ได้ขอแค่ออก แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรนะ ก็ทำตามฝันของเราเล็กๆไป เริ่มจากกิจกรรมอะไรต่างๆของโรงเรียนทำหมด จน ม.ปลายได้รับคัดเลือกนักเรียนดีเด่นรางวัลพระราชทาน ทีนี้พอมีทักษะการพูดการกล้าแสดงออกภาพลักษณ์ก็เป็นผู้ใหญ่ดูน่าเชื่อถือ ตอนนั้นก็ได้ความไว้วางใจทุกวันศุกร์จะได้เทศนาธรรมทางศาสนาอิสลามแก่คนในหมู่บ้านและพื้นที่ใกล้เคียง”

ชีวิตฮาซันแม้ยังไม่ได้ออกทีวีแต่มีชื่อซึ่งนับเป็นฐานรากที่ดีในการต่อฝัน แต่หลังจากเข้ามหาวิทยาลัยได้เพียง 1 เทอม ก็เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ทำให้ครอบครัวต้องพบกับความลำบากเขาต้องออกจากโรงเรียนเพื่อมาออกทะเลช่วยเหลือพ่อแม่

“พอทางบ้านเริ่มจะฟื้นนิดๆ พอมีกินกันครบมื้อ แม่ตัดสินใจพาไปกรุงเทพ เหมือนเขาเห็นแววเราบางอย่าง เขาพาไปฝากที่ช่องรายการทีวีมุสลิมเพื่อให้หาประสบการณ์ ซึ่งที่นั่นเองก็เป็นมูลนิธิเด็กกำพร้าด้วย ช่วงไปแรกๆเราช่วยดูแลน้องๆ ผู้ใหญ่เห็นว่าเราพูดคุยกับน้องได้ดี ก็เปิดโอกาสให้มาลองออกทีวีดาวเทียมที่เขาขายยาสมุนไพร”

จนขนาดเงินซื้อไอติมให้ลูกไม่มี

ชื่อของฮาซัน เริ่มเป็นที่รู้จักกว้างขว้างอย่างมากของคนในศาสนาอิสลามจากการเป็นพิธีกรขายยาสมุนไพรช่วง 23.00-24.00น. นอกจากนี้ฐานะทางการเงินก็ดีขึ้นเรื่อย จาก 7,000 บาท ขยับมาเป็น 10,000บาท และ 15,000 บาท ขณะที่เพื่อนๆของเขานั้น ยังเรียนไม่สามารถเลี้ยงครอบครัวได้ ฮาซันจึงได้ตัดสินใจแต่งงาน

“สมัยก่อนเขาจะพูดว่าเวลาเรานอนตื่นช้า นอนเหมือนคนกินเงินเดือนเลย ไม่ต้องทำอะไรเลย คนที่เกาะปลูกฝังไม่มีใครมีโอกาสมีเงินเดือน เพราะเป็นชาวประมงทั้งนั้น พอมีเงินเดือนคือคนที่มีความพร้อมทุกอย่างแล้ว ดีที่สุดแล้วสำหรับเขา ก็จำฝังหัวมาตลอด”

แต่ชีวิตก็คือชีวิต ไม่มีอะไรที่แน่นอน ปีแรกๆชีวิตคู่ดำเนินราบเรียบ แต่พอเข้าปีที่ 2 มีลูกสาวน่ารัก 1 คน ครอบครัวก็ต้องสร้างต้องเติม โดยรายจ่ายหลักๆของครอบครัวตอนนั้นคิดเป็นเงินค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ เงินเดือนแค่ระดับ 15,000 บาท ก็ไม่เพียงพอ

“กลับมาบ้าน 15 วันทุก 4 เดือนที่ครบกำหนด ก็ต้องมาออกทะเลกับพ่อ แต่บางทีปลามันก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง ไม่มีก็ต้องขอพ่อ สุดละอายใจไปรับลูกที่โรงเรียนไม่มีเงินติดกระเป๋า ลูกอยากกินไอติมก็ซื้อให้เขาทานไม่ได้ จะมีโอกาสได้เลี้ยงพ่อแม่ไหม คิดในหัวตลอด จำได้จนทุกวันนี้”

ไลฟ์สดเล่าเรื่องผี แต่กลัวผีเลยต้องเลิก

ความจนบีบบังคับอาซัน ให้พยายามหารายได้จุนเจือครอบครัว ซึ่งนั้นทำให้เขาได้พบกับโลกของการขายของออนไลน์

“แรกเลยสนใจคอม อ่านอังกฤษไม่ออกก็คลุกจนประกอบเป็น ทำเป็น บิทคอยน์ก็ขุดเป็น มันก็ต่อยอดมามือถือเล่นเฟซบุ๊กไปเห็นเขาไลฟ์สดขายของ ความคิดแรกเลยยังไม่ใช่จะขายของนะ เพราะคิดว่าที่พูดๆกันว่าขายแล้วกำไรดี คือการโม้ เลยทำเป็นช่องทีวีของตัวเองเป็นรายการผี”

แต่เล่าไปเล่ามาฮาซันกลัวผีเสียเอง จึงต้องหยุดและค้นหาช่องทางต่อไป ก่อนที่ฮาซันจะมารู้ว่าการขายของไลฟ์สดรายได้ดีและงามจริงหลังมีผู้มาว่าจ้างให้เขาทำคลิปช่วยขายเครื่องเล่น MP3 ที่บันทึกคำสอนคัมภีร์อัลกุรอาน

“3 นาทีได้เงิน 1,000 บาท ทำให้ผมถามว่า ยอดขายเขาได้เท่าไหร่ พอได้ยินตกใจเลยเดือนละ 3 แสน ปีละ 5-6 ล้าน เปิดโลกผมเลย กลับมาคึกคักงานจริงเราก็ทำไป พอถึงเวลาหมดงานเราก็มาสนใจตรงนี้มันมากขึ้น”

ฮาซันเริ่มจากรับเครื่องเล่น MP3 คู่สามีภรรยากินกำไรเครื่องละ 300 บาท ขายได้วันละ 1-2 เครื่อง สร้างรายได้ให้พอพาครอบครัวอิ่มท้องมีกินใช้

700 สุดท้ายปั้นเป็นหลักร้อยล้าน

แม้จะพอมีรายได้เสริมเข้ามาแล้วอีก 1 ช่องทาง แต่รายจ่ายก็เติบโตขึ้นตามวันเวลา ครั้งหนึ่งเขาเคยตกลงมาจนถึงระดับมีเงินแค่ 700 บาท ติดตัว

“จริงๆ มี 30,000 บาท เพราะได้โบนัสจากการกลับมาทำงานพิธีกรขายสมุนไพรที่ช่องเดิม แต่พอเรากลับมาบ้านมาเยี่ยมญาติๆ ที่เกาะไปเห็นว่าเขาออกเรือไม่ได้ หาปลาไม่ได้ กำลังลำบากก็ช่วยเหลือเขา จนเหลือเงินทั้งตัว 700 บาท”

ฮาซันบอกว่า จุดที่เหมือนจะสิ้นหนทาง แต่กลับกลายเป็นทางออกให้เขาพบกับเส้นทางที่รอคอยมานาน ขณะนั้นฮาซันคิดว่าจะทำอย่างไรดีกับเงิน 700 บาท สำหรับซื้อตั๋วเครื่องบินเดินทางกลับมาทำงานพิธีกร เพื่อนก็โทรมาสั่งซื้อหมึกกะตอยเป็นของฝาก เขารับคำซื้อมา 3 กิโลกรัม เหลือเงินราว 300 บาท แต่จนแล้วจนรอดเพื่อนก็ไม่โอนเงินมา ทำให้เอาหมึกกะตอยไลฟ์สดขายเพื่อจะนำเงินคืน

“ตอนแรกโพสต์ภาพมีคนสนใจ แต่ไม่ซื้อ เพราะไม่มีใครเคยไลฟ์สดขายอาหารทะเลแห้ง ไลฟ์ไปมีแต่ญาติๆที่เข้ามาดู ก็ปิดไลฟ์สดกลับมานั่งคิดใหม่ คือผมมีหลัก 3 ครั้ง

ครั้งที่ 1 ไม่ได้มันจะมีครั้งที่ 2 ครั้งที่ 2 เราจะได้เริ่มทำด้วยความมั่นใจเพราะมันจะมี ครั้งที่3 อีกรอบให้เราทำเป็นการให้กำลังใจตัวเอง ก็เปลี่ยนวิธีการพูดคนไม่ชอบให้ถูกเสนอขาย และชอบที่จะลดภาระ การพูดให้เขา 400 บาท ค่าส่ง 50 บาท เราวนอย่างนี้ก็ขายไม่ได้ ก็เปลี่ยน 450 บาทส่งฟรี ขายได้เลย”

วันต่อมาฮาซันสั่งมาขายเพิ่มเป็น 40 กิโลกรัมในทันทีและสร้างยอดขายได้กำไรถึง 8,000 บาท และค่อยๆ สร้างยอดขายเป็นหลัก100 กิโลกรัม 1,000 กิโลกรัมและขายอาหารทะเลอบแห้งมากชนิดขึ้นในระยะเวลาไม่กี่เดือน

“กลับไปทำงานที่กรุงเทพได้ 1 เดือน กลับมาขายของอย่างเต็มตัวที่บ้าน เพราะยอดมันค่อยๆโตขึ้นๆ เราก็สร้างภาพลักษณ์ด้วยการใส่ชุดกุ๊กยิ่งทำคนดูเราไลฟ์สดเยอะขึ้น ยอด 300 กว่าคน ก็ระดุมญาติๆ มาช่วยกันแพ็คสินค้าส่ง จังหวะเพื่อนพอรู้ว่าเราทำได้มาขอความรู้เราก็บอกแนะนำแล้วเขาเอากลับไปทำไม่กี่ เขามีคนรู้จักทางสื่อ เขาลงข่าวพ่อค้าปลาเค็มขาย1วันได้เงิน 20,000 บาท แฟนแม่ว่าผมใหญ่เลยไปสอนเขา แต่ผมคิดว่าเราทำกันหลายๆ คนการไลฟ์ขายอาหารทะเลแห้งมันจะเป็นกระแส และพี่ๆ น้องๆ เราก็มีช่องจำหน่ายกันเพิ่มขึ้น”

ฮาซันใช้ระยะเวลานอนคิดเพียง 1 คืนเท่านั้น ทำอย่างให้สื่อถึงแบบเพื่อนบ้าง ด้วยการลงโฆษณาคลิปไลฟ์สด “แม่ฉันต้องได้กินกุ้ง” ยิงไปยังสื่อช่อง 7 ช่อง 3 สำนักข่าวต่างๆ รุ่งขึ้นกลายเป็นข่าว สื่อเชิญไปออกรายการ พาไปเล่นคลิปโฆษณา เพิ่มยอดขายเป็นเดือนละ 2-3 ล้าน พีคสุดๆ ช่วงจะปีใหม่ 2561 ยอดขายสูงถึงหลัก 10ล้านบาท เลยทีเดียว

“ทำด้วยความกระตือรือร้น ง่ายๆ แค่นี้ เพราะเมื่อเราสุขกับมันจะมีไอเดียดีๆ ออกมาในแบบของเราเอง”

การไลฟ์สดขายอาหารทะเลครั้งแรกของฮาซัน

เมื่อมีแล้วต้องช่วย ลองรวยแล้วไม่ใช่ชีวิตที่จริง

ปัจจุบันเพจ ‘ฮาซันอาหารทะเลตากแห้ง จ.สตูล” ได้ก่อตั้งเป็นบริษัท HASUN DRIED SEAFOOD COMPANY LIMITED” ตั้งอยู่ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู จังหวัดสตูล และมียอดขายเติบโตขึ้นสามารถสร้างยอดขายได้เกือบ 20 ล้านบาทต่อเดือน ตีรวมคราวๆ ก็ราวๆ 200 ล้านบาท แต่ฮาซันกลับมีความรู้สึกว่า “ไม่อะไรกับชีวิตแล้ว”

“ชีวิตมันก็คือความต้องการใช้ เราแค่ 29 ตอนนี้ คำว่าใช้ชีวิตเราจะใช้แบบไหน ผมซื้อรถแบบไม่จอง เดินไปจ่ายสดเอารถกลับมาเลย ลองทำมันก็ไม่มีความสุขแป๊บเดียว ปัจจุบันมีรถ 7 คัน แต่ก็ขับได้คันเดียว คือมันเป็นความสุขชั่วคราว แป๊บๆก็เบื่อ”

ฮาซั้นในวันนี้ จึงลดบทบาทตัวเองลงเพื่อเปิดโอกาสโดยลดบทบาทจากธุรกิจให้พนักงาน 50 คน ที่ส่วนใหญ่เป็นเด็กรุ่นใหม่ที่ตั้งใจอยากสร้างชีวิตให้ ทุกคนที่ทำงานทำหน้าที่ขายและเรียนรู้ประสบการณ์เพื่อนำไปต่อยอดสร้างอาชีพของตัวเอง “ผมอยากให้พวกเขารู้ว่าเขาคือคนสำคัญขององค์กร พนักงาน 50 คน เป็นผู้ขับเคลื่อน พวกเขาทำได้”

ฮาซันยังจัดตั้งกองทุนสวัสดิการกองทุนไร้ดอกเบี้ยไว้ให้พนักงานได้กู้ยืมฉุกเฉินให้พนักงานยืมไปสร้างบ้าน ไปรักษาพ่อแม่ หรือเป็นทุนการศึกษาลูกๆ อีกด้วย เพื่อให้ชีวิตพนักงานของเขานั้นมีชีวิตที่ดีขึ้น

“ถามว่าชีวิตผมตอนนี้ต้องการอะไรที่สุด ทุกวันนี้ผมต้องการเดินสายสร้างแรงบันดาลใจ เอาเงินไปช่วยเหลือ เพราะถ้าเราให้ชีวิตเขาดีขึ้น ครอบครัวเขาเปลี่ยนแปลง เขามีความสุข เราได้เห็นรอยยิ้ม ย้อนนึกมองเห็นภาพทีไรมันก็มีความสุขตลอด นี้คือชีวิตที่แท้จริง”

************** 

อย่างไรก็ตามทุกวันนี้เศรษฐีฮาซันแม้จะไลฟ์สดน้อยลง แต่เขาก็ไม่ใช้คืนวันให้เปล่าประโยชน์ เขายังคงลุยงานหนักในฐานะผู้ให้แรงบันดาลใจ ไม่ยอมหนีไปใช้ชีวิตสบายๆ ใช้ข้ออ้างจากความลำบากกว่า 10 ปี มาทำ

และนี่ก็คือเรื่องราวของเจ้าไลฟ์สดขายของสู่นักให้แรงบันดาลใจที่จะบอกต่อๆไป ว่าอยากจะรวยได้ไม่ต้องรออายุเยอะหรือต้องรอให้เรียนจบการศึกษา คนธรรมดามนุษย์เงินเดือนก็เป็นเศรษฐีได้หมด หากมีความหวัง มีกำลังใจและตัวอย่างที่ทำให้เรามองเห็นโอกาส