เปิดใจ “ตำนานการ์ตูนผีเมืองไทย” วันนี้ต้องปรับตัวรับเทคโนโลยี

6 ม.ค. 2563, 19:05 น.

569
แชร์ไปยัง facebook LINE it!
เปิดใจ “ตำนานการ์ตูนผีเมืองไทย” วันนี้ต้องปรับตัวรับเทคโนโลยี

เปลือยเส้นทางชีวิต 44 ปี เจ้าพ่อการ์ตูนผีเมืองไทย จากยุครุ่งเรื่องสู่การปรับตัวในโลกโลกาภิวัตน์

************************************

เรื่อง : สุดารัตน์ ปิ่นแก้ว

ภาพ : ณัฐพล โลวะกิจ ,อมรเทพ โชติเฉลิมพงษ์

“เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก” คงเป็นคำเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างในยุคนี้ หลายอาชีพอดีตเคยเป็นที่นิยม แต่วันนี้กลับเลือนหาย เหมือนอย่าง “นักวาดการ์ตูน” ที่ยุคหนึ่งอาชีพนี้เคยเฟื่องฟู เพราะเป็นความบันเทิงหลักอย่างหนึ่งของคนไทย แต่วันนี้กลับเหลือน้อยลงทุกที

นายสนิท สุดสาคร หรือนามปากกา แดนสุดสาคร ยังคงเป็นหนึ่งตำนานที่ยังมีลมหายใจและโลดแล่น โดยในยุคที่การ์ตูนเล่มละบาทรุ่งเรืองเขาเป็นศิลปินคนหนึ่งที่หลายคนชื่นชอบผลงานจนได้สมญานามว่า “เจ้าพ่อการ์ตูนผี” ทว่าวันนี้แม้ชีวิตไม่เหมือนเดิม แต่เขายังคงยืนหยัดในงานที่รัก

และต่อไปนี้คือเส้นทางชีวิต 44 ปี ของเจ้าพ่อการ์ตูนผีเมืองไทย..

44 ปี ชีวิตเจ้าพ่อการ์ตูนผี

“สวัสดีครับ เชิญเข้ามาในบ้านก่อนๆ บ้านผมหายากไหม(พร้อมท่าทางการยิ้มอย่างเป็นมิตร)” นี่เป็นคำทักทายแรกจาก เจ้าพ่อการ์ตูนผีเมืองไทย วัย 64 ปี ที่เดินออกมาต้อนรับเพื่อชักชวนให้เข้าไปนั่งคุยถึงเส้นทางชีวิตของเขาในบ้านไม้สองชั้น ย่านจรัญสนิทวงศ์ 33 เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ที่สร้างจากน้ำพักน้ำแรง

สนิท พื้นเพเป็นชาวจังหวัดชุมพร เกิดในครอบครัวชาวนา แต่ด้วยความชื่นชอบศิลปะก็เริ่มหัดวาดภาพตามพื้นดิน จนอายุเข้าสู่ช่วงชั้น ป.3 ก็เริ่มนำผลงานส่งประกวดจนได้รางวัลและเงินติดไม้ติดมือเป็นประจำ พอโตขึ้นก็มักคอยเดินสายเสนองานให้โรงพิมพ์ต่างๆนำการ์ตูนที่เขาเขียนไปตีพิมพ์ ซึ่งก็ได้พอค่าขนมและแบ่งเบาภาระครอบครัว

กระทั่งวันหนึ่งตอนนั้นเรียน ปวช.2 ผลงานเกิดเข้าตา คุณสุพจน์ ซึ่งเป็นนักเขียน ก็ได้เดินทางมาหาขณะกำลังซ้อมมวยเพื่อชักชวนให้ไปทำงานด้วย แต่ตอนนั้นเขายังไม่ตัดสินใจ จนวันหนึ่งได้เข้ากรุงเทพเพื่อจะมาหาที่เรียน แต่ตอนนั้นไม่มีทุนและวันหนึ่งนั่งรถเมล์ผ่านโรงพิมพ์ที่ คุณสุพจน์ ทำงานเลยลงจากรถและเดินเข้าไปหา จากนั้นก็ได้ทำงานในวงการนี้มาตั้งแต่ปี 2519

เจ้าพ่อการ์ตูนผี เล่าว่า งานแรกเมื่อ 40 ปีก่อน ช่วงแรกเป็นแค่เพียงคนลงหมึกลงสีร่างรูป แต่จากการได้คลุกคลีอยู่ในโรงพิมพ์ก็เห็นผลงานรุ่นพี่นักเขียนท่านอื่น จากนั้นฝึกฝนฝีมือจนสั่งสมประสบการณ์มากพอ จึงเริ่มวาดการ์ตูนออกมาขายและถือว่าเป็นความโชคดีที่เริ่มทำผลงานออกมา เพียงไม่นานคนเริ่มให้ความสนใจและรู้จักลายเส้นผ่านการวาดการ์ตูนมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2519 – 2525 จนผลงานจึงเริ่มติดตลาดและเป็นที่รู้จักมากขึ้น

แดน สุดสาคร บอกว่า เหตุที่ทำให้คนชอบผลงานเพราะเนื้อเรื่องสนุก อ่านง่าย รูปสวย การใช้คำและสำนวนที่เข้าใจง่ายมันเลยทำให้เนื้อเรื่องน่าติดตาม

การ์ตูนในแต่ละเรื่องที่ แดนสุดสาคร วาดจะมีเนื้อเรื่องที่น่าสนใจกว่านักเขียนคนอื่นๆ เพราะการหาวัตถุดิบเขามักจะออกเดินทางวิ่งตามต่างจังหวัดเป็นประจำ อาศัยกินนอนวัดและได้ฟังเรื่องเล่าจากคนในพื้นที่ อาทิ ชาวบ้าน สัปเหร่อ เจ้าอาวาส จึงได้ข้อมูลชัดดีมาเป็นวัตถุดิบมาบรรยายในผลงานจนทำให้รู้สึกเสมือนจริง

ตลอดระยะเวลามากกว่า 40 ปี เจ้าพ่อการ์ตูนผีคนนี้ ถูกบันทึกจากกรมศิลปากร ว่าได้สร้างสรรค์ผลงานมามากกว่า สามพันเล่ม จนได้รับการยกย่องให้เป็นเจ้าพ่อการ์ตูนผี

การปรับตัวจาก “ยุคสื่อเก่า สู่ โลกโลกาภิวัตน์”

แดน สุดสาคร เผยว่า ความเปลี่ยนแปลงของการ์ตูนไทยเกิดขึ้นมาอยู่เรื่อยๆ แต่มีความชัดเจนมากช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่การ์ตูนญี่ปุ่นเริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทย ทำให้การ์ตูนไทยได้รับความนิยมลดลง เพราะการ์ตูนญี่ปุ่นจะเน้นภาพไม่เน้นตัวหนังสือเยอะเหมือนการ์ตูนไทย

และสุดท้ายสื่อออนไลน์ก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทำให้สื่อสิ่งพิมพ์เริ่มทยอยปิดตัวลงหรือปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย

ถึงเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นแต่ เจ้าพ่อการ์ตูนผี ก็ต้องปรับตัวไม่ได้มีเพียงผลงานแค่การเขียนการ์ตูนลงเล่ม แต่ยังรับทำงานรูปแบบอื่นๆ อาทิ วาดภาพสกรีนเสื้อ ภาพโปสเตอร์ ภาพในหนังสั้น วาดภาพบนสเก็ตบอร์ด หรือแม้แต่สติ๊กเกอร์ไลน์ ด้วยผลงานเหล่านี้จึงทำให้ แดนสุดสาคร ยังมีผลงานออกให้มาแฟนคลับหายคิดถึงได้บ้าง

มุมทำงานของเจ้าพ่อการ์ตูนผี

การ์ตูนไทย สมบัติชาติที่กำลังสูญหาย

การ์ตูนไทย จะสะท้อนให้เห็นถึงศิลปวัฒนธรรมลายเส้น คำประพันธ์ ซึ่งแตกต่างกับการ์ตูนต่างประเทศ “แดน สุดสาคร” เล่าว่า การ์ตูนไทยมันเป็นความสามารถเฉพาะคน เพราะเราทั้งวาดรูป ร่างเนื้อหา คนเดียวทำเองหมด หรือตามหลักแล้วก็คือนิยายภาพ ภาพเสมือนจริง

“แม้ปัจจุบันการ์ตูนไทยจะได้รับความนิยมน้อยลง แต่อยากจะให้ทุกภาคส่วน หรือแม้แต่สังคมหันกลับมารักษาการ์ตูนไทยให้ยังคงอยู่ แม้จะฟังดูยากที่จะไปชักจูงใจให้คนมาสนใจ แต่หากเราไม่สนใจหรือละเลย วันหนึ่งการ์ตูนไทยที่ถือว่าเป็นสมบัติของชาติชิ้นหนึ่งอาจสูญหาย”

ปัจจุบัน สนิท สุดสาคร ในวัย 64 ปี นอกจากยังคงเดินหน้าทำงานที่เขารักและผูกพันมาตลอดทั้งชีวิต ยามว่างเขาก็มักจะออกไปวิ่งเป็นประจำเพื่อต่อสู้กับโรคร้าย แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่สิ้นหวังกับชะตาชีวิต และทำตามเสียงของความฝันต่อไปจนกว่าจะไม่ไหว

 

RELATED