"ผู้ปลุกหนังสือเก่าให้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง” ลุงบอม แห่งบอม บูธ บุ๊ค

27 ม.ค. 2563, 13:34 น.

219
แชร์ไปยัง facebook LINE it!

จากเด็กเดินเรือรอบโลกที่ชอบอ่านหนังสือ สู่เส้นทางนักขายหนังสือมือสอง ที่ใครหลายคนตามหา “หนังสือเก่า บอม บูธ บุ๊ค”

*********************************

เรื่อง : สุดารัตน์ ปิ่นแก้ว

ภาพ : ณัฐพล โลวะกิจ ,สมชาย รักษ์มณี ,บุศรินทร์ สุขวัฒนานนท์

ทุกวันนี้ “โลกออนไลน์” เข้ามาในวิถีชีวิตคนยุคปัจจุบันตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้หลายธุรกิจได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “ธุรกิจร้านหนังสือ” เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่ต้องปรับตัวอย่างหนัก เพราะจากที่ในอดีตเคยรุ่งเรืองหลายร้านต้องทยอยปิดตัวไป

แต่ไม่ใช่กับที่นี่ “ร้านหนังสือเก่า บอม บูธ บุ๊ค” ของ พิเชษฐ เพชรรูจี หรือ ลุงบอม บุคคลที่ชื่นชอบการอ่านหนังสือจนกลายมาเป็นนักล่าหนังสือเพื่อนำไปเขียนเรื่องแปลก ทำให้ชีวิตวนเวียนกับหนังสือมือสองมานานกว่า 34 ปี

จากหนอนหนังสือ สู่นักเขียนเรื่องแปลก

“สวัสดีครับมากันเช้าเลยนะ มาครับๆ เข้ามาในร้านก่อน” นี่เป็นคำทักทายแรกของ ลุงบอม ชายขายหนังสือวัย 63 ที่รีบร้อนเดินออกมาต้อนรับพร้อมกับรอยยิ้มและท่าทางตื่นเต้นเล็กหน่อย

ลุงบอม เล่าถึงจุดเริ่มต้นเมื่อตอนอายุ 18 ได้ไปเรียนการเดินเรือที่ต่างประเทศ เมื่ออยู่บนเรือนานๆ ไม่มีอะไรทำนอกจากการรอจดหมายจากคนในครอบครัว และอ่านหนังสือพิมพ์ของไทยที่จะส่งไปให้เดือนละ 1 ครั้ง โดยหนังสือพิมพ์จะมีนิยายเรื่องบุเรงนอง ซึ่งเป็นเรื่องที่คนไทยที่ไปเรียนการเรือชื่นชอบเหมือนกัน

ลุงบอม ให้เหตุผลว่าการอ่านหนังสือพิมพ์ตอนนั้น เป็นสิ่งที่ชอบทำมากที่สุด เพราะมันสามารถแก้เบื่อได้จนกลายมาเป็นการปลูกฝังในการรักการอ่านและรักหนังสือในที่สุด

จนกระทั่งปี 2529 กลับมาประเทศไทยไม่มีอะไรทำ จึงเริ่มทำงานแรกโดยการเป็นเซลล์ขายน้ำได้ 2 เดือน แต่ด้วยนิสัยรักการอ่านจึงทำให้ลุงบอมออกจากการเป็นเซลล์ขายน้ำ มาทำอาชีพแปลหนังสือต่างประเทศและเขียนเรื่องแปลกในที่สุด

นักเขียนสู่นักล่าหนังสือ

ลุงบอม เปิดเผยว่า ตอนเริ่มแปลบทความต่างประเทศจะต้องเริ่มจากการตามหาหนังสือและเนื้อเรื่องที่น่าสนใจ โดยหนังสือหนึ่งเล่มสามารถเขียนเรื่องแปลกได้ 1 เรื่อง โดยจะต้องตัดรูปภายในหนังสือมาประกอบการเขียนหรือการแปลเนื้อหา

“เมื่อเราตัดรูปหนังสือเล่มนั้นออก ก็ไม่สามรถเขียนเรื่องต่อไปในหนังสือเล่มนี้ได้ และนี่คือวัตถุดิบในการเขียนที่เราต้องออกตามหา”

โดยการออกตามหาหนังสือของลุงบอม จะเริ่มตระเวนหาไปทั่ว อาทิ จตุจักร ลุงบอมจะออกเดินทางไปจตุจักรตั้งแต่ 6 โมงเช้าเพื่อไปเลือกหนังสือที่น่าสนใจและเก็บมาเขียน นานๆเข้าหนังสือเริ่มไม่มีเรื่องที่น่าสนใจทำให้ไม่มีหนังสือมาเขียน จึงคิดจะไปต่างประเทศเพื่อตามหาหนังสือ แต่ภายหลังก็ไปตามสถานทูตต่างประเทศ และไปตามบริษัทที่โละหนังสือจนกลายมาเป็นนักล่าหนังสือโดยไม่รู้ตัว

จนกระทั่งปี 2530 ลุมบอมมีความคิดที่จะเปิดร้านขายหนังสือเอง เพราะนอกจากจะหาหนังสือมาเขียนเรื่องแปลกแล้วยังจะมีธุรกิจเพิ่มคือการขายหนังสือ ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่จะตามหาหนังสือเพื่อมาประกอบการเรียนและเรื่องที่สนใจ ถือว่าธุรกิจการขายหนังสือเมื่อก่อนรุ่งเรืองมาก

และทำให้ พิเชษฐ ยึดอาชีพคนขายและนักล่าหนังสือมาจวบจนถึงปัจจุบัน เขาบอกว่าหลังสือเล่มไหนหายาก หาไม่ได้จากที่ไหน แต่ที่เขามักมีเข้ามาเสมอ นี่จึงเป็นหนึ่งเหตุผลซึ่งเป็นเสน่ห์ของร้านบอม บูธ บุ๊ค

หนังสือไม่มีวันตาย

หนังสือให้ทั้งความรู้และความสุข ลุงบอม มองว่า นี่คือความรักที่ทำให้มีความสุข เคล็ดลับที่ทำให้ร้านหนังสืออยู่ได้ ร้านหนังสือของลุงบอมมีหนังสือทุกเล่มที่ตามหาตั้งแต่ หนังสือแบบเรียน สมัยราชการที่ 5 หนังสือเก่าอายุ 130 ปี หนังสือใหม่ หนังสือต่างประเทศ โปสการ์ดเก่า รูปภาพเก่า หนังสือทั่วไป ฯลฯ.

“เราต้องทำให้หนังสือมันมีชีวิตขึ้นมา โดยการอ่านและรวบรวมนำมาบรรยายให้ลูกค้าฟัง เราต้องปลุกมันขึ้นมาจากความตาย นี่แหละที่จะทำให้หนังสือมีชีวิต”

ปัจจุบัน พิเชษฐ เพชรรูจี หรือ ลุงบอม ในวัย 63 ปี ยังคงเปิดร้านหนังสือมือสองเกือบทุกวัน สำหรับใครที่อยากหาหนังสือเก่าหายากๆมือสองที่ราคาไม่แพง ลองแวะไปหาลุงบอมได้ที่ลานทางเชื่อมระหว่างห้างเกตเวย์และรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีเอกมัย ร้านเปิดตั้งแต่ 10.00 น. – 22.00 น.

RELATED