อัศวินสองล้อ "เอกชัย แซ่เตียว" สิงห์ฮาร์เล่ย์ใจบุญ เกื้อหนุนผู้ยากไร้

25 ก.พ. 2563, 11:55 น.

909
แชร์ไปยัง facebook LINE it!
อัศวินสองล้อ

ชีวิตลูกผู้ชายหัวใจจิตอาสา ลุกขึ้นมาสละความสุขส่วนตัวออกขี่มอเตอร์ไซค์ ‘ช่วยเหลือ’ สังคมให้กลายเป็นแบบอย่างวัยรุ่นเมืองไทย “ตี๋-เอกชัย แซ่เตียว”

**********************

เรื่อง : รัชพล ธนศุทธิสกุล

ภาพ : อมรเทพ โชติเฉลิมพงษ์ , อัศวิน ปิ่นใจ , เอกชัย แซ่เตียว

จากอดีตเด็กแว้นสู่เจ้าของโรงงานและกิจการโชว์รูมรถมอเตอร์ไซค์ “ตี๋-เอกชัย แซ่เตียว” มีชีวิตที่ในวัย 36 เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จ ทั้งทางการเงินและความฝัน

แต่แทนที่เขาจะเลือกใช้คืนวันกับความสุขที่มี เจ้าของร้านขายมอเตอร์ไซค์ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน เมืองนครปฐม เลือกที่จะเป็นจิตอาสาแบ่งปันไปช่วยเหลือสังคมคนทุกข์ยาก นับระยะเวลามากกว่า 10 ปี

ภายใต้หมวกกันน็อคและสองล้อฮาร์เล่ย์เดวิดสันคู่ใจ การตระเวนเดินสายแจกรถวีลแชร์ให้กับผู้ป่วย อาหาร เครื่องนุ่งห่มให้กับคนชราและคนพิการที่มีฐานะยากจน เพียงหวังให้ความสุขสักครั้งตกถึงคนยากเหล่านี้ และที่สำคัญคือการเป็นแบบอย่างที่ดีให้เด็กรุ่นใหม่ใส่ใจการให้

ขี่สองล้อ ‘ปลดแอก’ ความทุกข์คนยาก

ชมรมสองล้อใจบุญ เกื้อหนุนผู้ยากไร้ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2550 โดยเกิดจากการรวมตัวกันของกลุ่มคนรักรถมอเตอร์ไซค์ฮาร์เลย์ เดวิดสัน ที่มีจิตใจพื้นฐานชอบช่วยเหลือทำบุญ ซึ่งที่ผ่านมา 13 ปี ให้การช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่องด้วยการ บริจาคโลงศพ รถวีลแชร์ เตียงผู้ป่วย ฯลฯ

“จุดเริ่มต้นช่วยคนหรือคนไทยไม่ทิ้งกันคอนเซ็ปต์เรา เกิดขึ้นช่วงจบการไปออกทริปขับรถแรกๆในจังหวัด ทีนี้ที่จัดกิจกรรมอยู่แถววัดเขาก็ได้ยินว่า มีคนไร้ญาติเสียชีวิต ไม่มีเงินค่าโรงศพ และพวกเราชาวสองล้อส่วนมากก็ชอบทำบุญ ชอบช่วยเหลือกันอยู่แล้ว เลยช่วยกันซื้อโลงบริจาค”

หลังความช่วยเหลือเรื่องโลงศพครั้งแรก สมาชิกทุคนได้เกิดเป็นการสานต่อการช่วยเหลือ โดยการบอกต่อกันเป็นทอดๆ หากใครคนใดคนหนึ่งพบเคสศพไร้ญาติ ก็จะชักชวนกันระดมเงินให้การช่วยเหลือค่าโลงศพ การช่วยเหลือจึงค่อยๆ แผ่ขยายพื้นที่วงกว้างจากแต่เดิมทีที่เป็นเคสภายในตัวจังหวัดนครปฐม ก็ค่อยๆข้ามไปจังหวัดใกล้เคียงและภาคอื่นๆ ทั่วประเทศไทย

และต่อจากนั้นการที่ได้เข้าไปสัมผัสเกี่ยวข้องกับความตายมากขึ้นราว 3 ปี ระหว่างที่ไปช่วยได้รับรู้เรื่องราวและได้เห็นสิ่งแวดล้อมรอบข้างของผู้เสียชีวิตไร้ญาติ สร้างความสะเทือนใจทำให้ฉุกคิดถึง ‘ชีวิตตายทั้งเป็นมัน” นั้นแสนทรมาน จึงหันมาช่วยเหลือเรื่องอุปกรณ์รักษาพยาบาล อาทิ ถังออกซิเจน วีลแชร์ เตียงผู้ป่วย แพมเพิร์สและอาหาร

“มีลุงท่านหนึ่งอายุประมาณ 50 กว่า เป็นอัมพาตครึ่งตัวมา 14 ปี กินตรงนั้น ถ่ายตรงนั้น นั่งพิงกำแพงแล้วมองอากาศข้างนอก วันที่เอาวีลแชร์ไปให้สีผนังถลอกเป็นรูปตัวแก ติดคุกยังมีเพื่อนยิ้มหัวเราะพูดคุย แต่ผู้ป่วยติดเตียงนี้แย่กว่าติดคุกอีก

“ก็เลยเกิดการช่วยเหลือผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ให้ถังออกซิเจน วีลแชร์ เตียงผู้ป่วย แพมเพิร์ส มีอาหาร บางคนบ้านมุงด้วยป้ายหาเสียงก็สร้างบ้านให้ใหม่ เพราะแม้มันไม่ได้ทำให้เขามีความสุขทั้งชีวิต แต่ช่วงเวลาหนึ่งเขาก็ได้รับโอกาสดีๆ จากเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน”

อดีตเด็กแว้นกลับใจ! มีวันนี้ ‘เพราะการให้’ จึงส่งต่อ

เอกชัย แซ่เตียว มีชื่อเล่นๆ ว่า ‘ตี๋’ แต่ก่อนจะเป็นตี๋นครปฐมหัวเรือแห่งกลุ่มสิงห์ฮาร์เลย์ใจบุญออกช่วยเหลือคนทุกข์ยาก ในอดีตวัยเด็กเขาเป็นแค่ตี๋น้อยที่ไม่ชอบเรียนหนังสือ อาตี๋น้อยที่หลังไม่จบ ม.2 ก็เบนเข็มตัวเองตามสิ่งแวลล้อมเป็นเด็กแว้นกวนเมือง เกเรเกตุงสร้างความเดือดร้อนให้สังคมแห่งโรงเจย่านตลาดพลู ฝั่งธนบุรี มาไม่น้อย

“คิดเองว่าพ่อแม่รวย โรงงานไก่พ่อมีลูกน้องนับสิบ มีรถหลายคัน” เอกชัยเผยความเป็นเด็กไร้ความคิดที่มองครอบครัวฐานะปานกลางเป็นคนร่ำรวย พาตัวเองเข้าสู่เส้นทางลูกผู้ชายที่ผิดทิศผิดทาง โดยเริ่มจากเที่ยวเตร่ มาขับรถแข่งและลงท้ายด้วยการสักรอย

กว่าเอกชัยจะกลับตัวได้ก็เสียเวลาไปถึง 2-3 ปี ในช่วง พ.ศ. 2547 เกิดไข้หวัดนกระบาด โรงงานฟาร์มไก่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก พ่อของเอกชัยจำใจจะยุติกิจการจากหนี้สินที่มีเกือบ 2 ล้านบาท แต่ตัวของเอกชัยไม่อยากที่จะเสียศักดิ์ศรีที่เคยมีจึงขอพ่อรับช่วงต่อ

“ยอมไม่แว้น ธุรกิจเราล้มไม่ได้ มันคือศักดิ์ศรี ก็พลิกผันตัวมาอยู่จังหวัดนครปฐม” ตี๋กล่าว “ขอเจ้าหนี้ให้ผมต่อยอด เขาก็เปิดโอกาส ยืมเงินแฟนมา 2,745 บาท ไปซื้อไก่มาประมาณ 80 ตัว มาทำขายตามแบบที่เคยเห็นช่วยพ่อทำ ขายไม่ได้ไม่ถึงครึ่ง เพราะไปขายแพงกว่าเจ้าอื่น”

จึงต้องกลับมาวิเคราะห์และเดินลงตลาดด้วยตัวเองใหม่เพื่อนำระบบของร้านรวงต่างๆ มาปรับใช้กับตัวเอง จนสามารถปลดหนี้และบูรณะสร้างโรงงานใหม่ที่ได้ทั้งมาตรฐานและผ่านการตรวจสอบระบบ ISO ของโรงฆ่าสัตว์ซึ่งในผู้ผลิตระดับกลางยากที่จะมีกันในระยะเวลาเพียง 6-7 ปี เท่านั้น

“เรามีวันนี้ได้วันที่ส่งเงินดูแลคุณพ่อคุณแม่ได้ ผมได้รู้ความหมายของคำว่า ‘ความสุข’ ก็เพราะเราเอาเขามาต่อชีวิต โตมาก่อนหน้าก็เพราะธุรกิจนี้ เลยพยายามทำทุกวันให้ดีที่สุด ออกทำบุญ ช่วยเหลือทุกอย่างที่เราช่วยได้ อย่างน้อยถ้าเดินผ่านประตูหลังความตายไปเจอกับยมบาลจะได้ต่อรองได้ว่า ผมเคยทำบุญมานะ”

‘จิตอาสา’ วิชาชีวิตที่ควรถูกบรรจุ

จากมุดหมายแห่งการช่วยเหลือและแบ่งปันกว่า 13 ปี ตี๋นครปฐมคนนี้แสดงความกระตือรือร้นที่จะทำเพื่อผู้ยากไร้อย่างชัดเจน ในชมรมเพจสองล้อใจบุญ เกื้อหนุนผู้ยากไร้ มีระบบงานติดต่อประสานที่เป็นแบบแผนระบบระเบียบขั้นตอน

คนทุกข์ยากติดต่อมาเมื่อไหร่ มีแอดมินคอยตอบรับการช่วยเหลือทันที พร้อมจะนำความช่วยเหลือไปให้ถึงที่ โดยเขานั้นใช้ลูกน้องจากร้านของตัวเอง ทั้งหมดเพราะต้องการที่จะเป็นตัวอย่างให้คนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้ คำว่า ‘การให้และช่วยเหลือ’

“ชมรมเรามีคอนเซ็ปต์คนไทยไม่ทิ้งกัน เราอยากให้มีคนช่วยคน คนช่วยสังคม แต่วิชานี้ไม่มีออกมาให้นักเรียนเรียน ทุกคนพูดแต่อยากให้สังคมดี รักกัน แบ่งปั่นกัน แต่ไม่มีบทเล่าเรียนให้เสพเข้าไป มีแค่วิชาที่สร้างมาเพื่อให้แก่งแย่งกัน”

ภาพของการเอื้อเฟื้อหากมีการปลูกฝังมาตั้งแต่เล็กจนโต เหตุการณ์ร้ายแรงที่คนทำกับคนด้วยกันก็จะเกิดขึ้นน้อยมากเมื่อเทียบกับปัจจุบัน ซึ่งตัวแปรที่สำคัญคือเราทุกคนที่ต้องช่วยกันสร้างภาพความแบ่งปันให้เกิดขึ้นในใจทุกคน

“เราอาจจะเคยผิดพลาดพลั้ง เป็นคนไม่ดี แต่เรายังสามารถกลับตัวกันได้ ออกไปช่วยคน ช่วยสังคม เราเป็นกันได้ทุกคน” น้ำเสียงของเขาหนักแน่นชัดเจน “ไม่จำเป็นต้องรวย ผมก็ไม่รวย เป็นพ่อค้าธรรมดาที่ใจถึง คิดว่าตัวเองเป็นแค่คนที่กล้าเเบ่งปันมากกว่า ไม่ใช่เศรษฐีทางเงิน แต่เป็นมหาเศรษฐีทางใจ

“เห็นคนลำบากกว่า ก็อยากจะแบ่งปันให้เขามีความสุข เพราะอย่างที่บอกแม้มันไม่ได้ทำให้เขามีความสุขทั้งชีวิต แต่ช่วงเวลาหนึ่งเขาก็ได้รับโอกาสดีๆ จากเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ก็จะทำต่อไปจนกว่าจะหมดลมหายใจให้ภาพนี้เกิดขึ้น”

 

RELATED