Only man in the world ‘ลุงชล’ คนเลี้ยงไก่ชิงช้าสวรรค์

2 เม.ย. 2563, 12:06 น.

143
แชร์ไปยัง facebook LINE it!
Only man in the world ‘ลุงชล’ คนเลี้ยงไก่ชิงช้าสวรรค์

ชีวิตหนุ่มใหญ่เศรษฐีวัย 59 กับการเลี้ยงไก่ตระกร้าบนชิงช้าสวรรค์ พลิกชีวิตติดลบกลับมาสร้างรายได้ 2แสนบาทต่อพื้นที่ 400 ตารางวา

***************************

เรื่อง : รัชพล ธนศุทธิสกุล

ภาพ : ณัฐพล โลวะกิจ,ปัณณธร แจ้งประโคน

อดีตคนหนุ่มมนุษย์เงินเดือนขยันทำกินกว่า 20 ปี โดนพิษเศรษฐกิจต้มยำกุ้งจนเป็นหนี้เกือบครึ่งล้าน ต้องไปเสี่ยงตายแสวงโชคเป็นคนขายแรงท่ามกลางสงครามที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย

“สุชล สุขเกษม” คิดว่าชีวิตคงต้องดิ่งลงเหวนรกจนทั้งชาติ แต่ใครจะคิดว่าชีวิตพลิกกับมาสำเร็จและรวยด้วย ‘ไก่ชิงช้าสวรรค์’

ทำเงินแสนสองแสนบาทด้วยพื้นที่เพียง 1 ไร่ ปลดล็อคตัวเองจากหนี้ใน 5 ปี จนเขาเองนั้นกลายเป็นที่เคารพยกย่องและชื่นชมในคนเรียก ‘ปราชญ์เกษตร’ ภายใต้ ‘ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภี’ ที่นำเอาหลักคำสอนพ่อหลวงร.9 มาปฏิบัติ

เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง

‘ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภี’ ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2552 โดยเกิดจากที่ ‘สุชล สุขเกษม’ ประสบกับความล้มเหลวในชีวิตมนุษย์เงินเดือน ขยันทำงานกว่า 18 ปี แต่กลับยิ่งมีหนี้สินล้นตัวกว่าเกือบครึ่งล้านบาท ซึ่งปัจจุบันเป็นระยะเวลากว่า 11 ปี แล้วที่ได้เพื่อเผยแพร่แนวทางการเกษตรเพื่อช่วยเหลือและพัฒนาคนในพื้นที่ชุมชน จ.สมุทรสงคราม

“ลุงเรียนน้อยจบแค่ป.6 โรงเรียนวัดตะโหนดราย ไม่มีโอกาสได้เรียนสูงๆ เพราะพ่อแม่มีลูก 8 คน ที่ดินทำกินมีแค่ 10ไร่ ก็ต้องเข้ากรุงเทพฯ ไปเป็นมนุษย์เงินเดือน”

ทำงานโรงงานเครื่องครัวสแตนเลสตั้งแต่เด็ก จนแต่งงานก็ยังใช้ชีวิตเป็นมนุษย์เงินเดือนต่อ ลุงชลบอกว่าชีวิตหนุ่มเมืองกรุงแม้รายได้ดีแต่รายจ่ายก็เยอะตามมาด้วย “ก้าวออกจากบ้านก็เสียแบงค์แดงแล้ว”

“พ่อให้ที่ดิน 100 ตารางวา มาสร้างครอบครัวปลูกบ้าน ทำกิน เราไม่เคยทำเห็นคนอื่นเขาเลี้ยงอะไรได้ดีก็เลี้ยงตามเขา เลี้ยงปลาช่อนในร่องสวน ไก่ในกรงตับ เป็ดไล่ทุ่ง ปลูกเห็ดหูหนู 4 ปี เจ๊งหมด เห็นช้างขี้ ขี้ตามช้าง เป็นหนี้ 4 แสนกว่าบาท หาเงินใช้หนี้ไม่ทัน ต้องไปทำงานซาอุฯ”

จากบ้านไปไกลถึง 8 ปี เพื่อปลดหนี้จากหนี้สิน 4 แสนบาทท่ามกลางสงคราม จนเหลือ 4 หมื่นบาท ลุงชลคิดว่าไม่ตายคงสร้างชีวิตได้ในประเทศไทยก็เลยลาออกกลับมาบ้าน ทว่าเป็นช่วงวิกฤตการณ์ต้มยำกุ้ง ชีวิตก็กลับมาติดลบอีกครั้งต้องจำเป็นเด็กวัดออกช่วยพระบิณฑบาตร ฟื้นเป็นลูกจ้างตระเวรไปทั่วไม่ได้ทำกินอยู่พื้นที่บ้านอย่างที่ตั้งใจ จนในปี พ.ศ.2545 ถึงได้ลืมตาอ้าปากมีชีวิตที่ดีขึ้นมา

“พ่อยกที่ดินให้ทำกิน 1 ไร่ ก็จำได้ว่าตอนทำงานที่ซาอุโครงการของพ่อหลวงออกเยอะมากทั้งหนังสือพิมพ์และทีวี เลยยกโจทย์ของพ่อหลวงมาทำ 1 ไร่ 1 แสน พระองค์ท่านบอกว่าใครมีที่ดิน 1 ไร่ ทำได้ 1 แสนบาท ก็อยู่ได้แล้วต่อครอบครัวหนึ่ง

“พอทำตามพระองค์ท่านก็สามารถทำได้จริงๆ เพราะสาเหตุหลักของความจนคือเรามีแต่รายจ่าย ทำงานได้เงินมาซื้อกิน แต่เราทำตามพระองค์ท่าน ทำมาได้กิน ได้ขาย มันก็ต้องอุดรอยรั่ว รายรับก็คงอยู่ เราถึงจะอยู่ได้ จากที่คิดดิ่งลงเหวพร้อมเศรษฐกิจ หาเช้ากินกลางวันเหลือไม่ถึงค่ำ”

‘ไก่ชิงช้าสวรรค์’ พาชีวิตอิสระการเงิน

ลุงชลบอกว่าหลังตัดสินใจที่ทำ 1ไร่ 1 แสนบาท ได้ไปเข้าการอบรมกับ อาจารย์ยักษ์ วิวัฒน์ ศัลยกำธรและดร.สุเมธ ตันติเวชกุล โดยได้รับความรู้และคำปรึกษาในการทำสวนมะพร้าว 1 ไร่ ให้มีรายได้ 1 แสนบาท จะทำได้อย่างไร

“ทำไม่ได้ต้องรื้อทิ้งหมด เพราะ 50 ปีที่ปลูกเป็นเกษตรเชิงเดี่ยว ดินมีแต่รากมะพร้าว” ลุงชลยิ้มกับชีวิตที่พลิก “ขุดเปิดหน้าดินออก เอาขี้ไก่ ใช้ปอเทืองมาปลุกคลุมดิน เพราะปลูกพืชต้องทำดินให้มีธาตุอาหารก่อน ถ้าไม่มีปลูกไปก็เสียหมด เหมือนเรามีฐานที่แข็งแกร่ง ทำอะไรมันก็ต่อไปยั่งยืน”

ขั้นต่อมาปลูกพืชผสมผสาน ‘ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก’ และ ‘ปลุกพืชที่ให้รายได้ทั้งรายวัน รายอาทติย์ รายเดือนและปี โดยทุกอย่างต้องปลูกแบบขั้นบันได พืชเตี้ยให้ปลูกทางทิศตะวันออก พืชไม้สูงๆ ให้ลงดินทางทิศตะวันตก ที่สำคัญแค่ปลูกพืชอย่างเดียวยังไม่พอกับการดำรงชีพแบบเพิ่งพาตัวเอง ต้องเลี้ยงสัตว์ควบคู่กันไปด้วย

“ไปเอาไก่มาเลี้ยง แรกๆ ก็เลี้ยงในดินธรรมดาปกติแบบคนทั่วไปเจ๊งอีก ทีนี้ได้ไปดูงานเจอเขาเลี้ยงหมูหลุม ลดต้นทุนอาหารสัตว์ ได้ปุ๋ยชีวภาพสาหรับปลูกพืชผักและปุ๋ย เราก็เอาไก่มาเลยเพราะขี้ไก่กระทุ้งดอก ขี้หมูกระทุ้งต้น”

การแปรรูปการเกษตรไก่หลุมกลายเป็นที่โด่งดังจากการให้ทั้งไข่และปุ๋ยที่อัดแท่งขายได้ราคสูงถึงกระสอบละ 600 บาท ต่อมาลุงชลได้พัฒนาเป็นไก่ตระกร้าติดตามต้นไม้ ช่วยลดแรงงานการใส่ปุ๋ยเพิ่มขึ้นไปอีก ก่อนที่ในปี พ.ศ.2552 ‘ไก่ชิงช้างสวรรค์’ จะถูกสร้างขึ้นเพื่อลดพื้นที่และสร้างเงินให้งอกงามจากบนท้องฟ้า

“นายหลวงบอกว่าทำอะไรอย่าหยุดนิ่ง พัฒนา ท่านบอกว่าให้อะไรถ้าอยากได้มากกว่านี้เอาไปต่อยอดเอา ก็เอาโครงการท่านมาต่อยอด วิธีไหนจะได้มากกว่า 1ไร่ 1แสนบาท แหงนดูท้องฟ้าในเนื้อที่ 1 ไร่มันป็นที่ของเรา ในท้องฟ้า1 ไร่ก็อยู่ในส่วนที่ของเรา ถ้าสร้างต่อข้างยื่นไปที่คนอื่นก็โดนเขาด่า ก็สร้างเหมือนตึกคอนโดสูงสร้างในที่ของเรา มันก็เลยกลายเป็นไก่ชิงช้าสวรรค์”

จากไร่ละ 1แสนบาทกลายเป็น 2 แสนบาทเป็นเงาตามตัว ด้วยบริบทของไก่ชิงช้าสวรรค์นอกจากเป็นการใช้พื้นที่ให้มีค่ามากที่สุดและลดเรื่องแรงงานในการทำ ส่วนเสริมที่สำคัญคือการได้ขี้ไก่มาแปลงเป็น 'ไบโอแก๊ส' หุ้งต้มทำอาหารโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทำให้ลุงชลแทบไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน

“คิดง่ายๆ เลี้ยงไก่ 100 ตัว ไข่ฟองละ 3 บาท ตกวันละ 300 ผัก ผลไม้อีก ก็ตกวนละ1,000 บาทแล้ว ปุ๋ยอีกกระสอบละ 600 บาท ไหนในน้ำมีปลา มีกุ้งอีก อยากกินอะไรเข้าสวนจบ แก๊สไม่เสีย เหลือ 200,000 บาท หักค่ากินเดือนละ12,000 บาท ปีละ150,000”

Only man in the world

ลุงชลบอกการเกษตรแบบพอเพียงสำคัญที่ต้องเข้าใจ แม้มีความรู้น้อยนิด แต่ก็พิชิตความยากจนได้ หากดำรงตามหลักปรัชฐาของเกษตรกิจพอเพียง

“ศาสตร์พระราชาในภาษาชาวบ้าน ‘เครื่องมือในการทำมาหากิน’ ทำอะไรก็แล้วแต่ถ้าจับ 3 ห่วง 2เงื่อนไข ทำให้งานเราประสบความสำเร็จแน่นอน เพราะสิ่งที่พระองค์ท่านคิดตอบโจทย์ให้เสร็จแล้วอยู่ในนั้น”
โดยหลักของการพอเพียงคือพอประมาณ มีภูมิคุ้มกัน มีเหตุผล มีจริยธรรม คุณธรรมควบคู่กับด้านสังคม ด้านศรษฐกิจและสุดท้ายสำคัญที่สุดคือ ‘สมดุล’ พร้อมรับต่อการเปลี่ยนแปลง

“ความรู้ไม่เลือกที่ ความดีไม่เลือกคน ความรู้มีทุกหนแห่ง ไม่ใช่ในเฉพาะโรงเรียนหรือในมหาวิทยาลัย” ลุงชลเผยด้วยรอยยิ้ม นั้นเพราะไม่เพียงการเลี้ยงไก่ชิงช้าสวรรค์เจ้าแรกของโลกเท่านั้นที่ฝรั่งถึงกับยกนิ้วให้และบินจากประเทศมาดูงานกว่า 90 ประเทศ

ปัจจุบันลุงชลยังมีการแปรรูปผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรมากมาย จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นผู้มีผลงานดีเด่นด้านเกษตรพอเพียง 1 เดียวใน 77 จังหวัด โดยได้รับสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

“หลายคนถามว่าตอบโจทย์ตัวเองได้แล้วทำไมถึงมาให้ความรู้ ไม่หวงวิชาก็เพราะเรา เดินตามรอยพระองค์ท่าน นายหลวงท่านทรงตรัสไว้ว่าทำอะไรได้ให้แบ่งปั่น แชร์กันจะได้อยู่ดีมีสุชกันทุกครอบครัว ยิ่งให้ยิ่งได้ ให้สิ่งนี้ไปเดี๋ยวอย่างอื่นก็เขามาแทนที่ หากใครสนใจมาได้เลยยินดีครับผม” ปราชญ์เกษตรกล่าวทิ้งท้าย

************************
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านสารภี หมู่ 1 ตำบลจอมปลวก ตำบล จอมปลวก อำเภอ บางคนที สมุทรสงคราม โดยมีศูนย์การเรียนรู้กว่า 70 ฐานให้ศึกษาหาความรู้ เช่นการเลี้ยงสัตว์บน สัตว์น้ำ ปลูกพืช ปลูกผลไม้ การแปรรูป ต่างๆ อีกมากมาย เบอร์โทรศัพท์ 086-178-4157 สุชล สุขเกษม